คู่สมรสที่ถูกล่วงเกินสิทธิสามารถเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 หน้านี้อธิบายว่าใครเรียกได้ ต้องมีหลักฐานอะไร และการแก้ไขกฎหมายปี 2567 ที่รองรับสมรสเท่าเทียม
ข้อมูลกฎหมายโดยนักสืบณรงค์มาตรา 1523 ให้สิทธิคู่สมรสเรียกค่าทดแทนได้ใน 2 ลักษณะ คือ เรียกจากคู่สมรสฝ่ายที่อุปการะยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรสหรือมีชู้ (ในกรณีที่มีการฟ้องหย่าด้วยเหตุตามมาตรา 1516(1)) และเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายไปในทำนองชู้ หรือผู้ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายในทำนองชู้
เดิมมาตรา 1523 ใช้คำว่า "สามี" และ "ภริยา" และจำกัดเรื่องการเรียกค่าทดแทนจาก "หญิงอื่น" ต่อมา พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (กฎหมายสมรสเท่าเทียม) ได้แก้ไขให้ใช้คำว่า "คู่สมรส" แทน และใช้คำว่า "ผู้" แทน "หญิงอื่น" ทำให้สิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้ครอบคลุมทุกเพศอย่างเท่าเทียม ไม่จำกัดเพศของคู่สมรสหรือของชู้อีกต่อไป
การเรียกค่าทดแทนต้องแสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวอย่างเปิดเผยหรือต่อเนื่อง หลักฐานที่มีน้ำหนัก ได้แก่ ภาพถ่าย วิดีโอพฤติกรรมใกล้ชิด การเข้าออกที่พักด้วยกัน และไทม์ไลน์ที่ระบุวันเวลาสถานที่ชัดเจน นักสืบช่วยเก็บหลักฐานนี้อย่างถูกกฎหมาย ดูแนวทางที่ หลักฐานฟ้องชู้ · จำนวนค่าทดแทนขึ้นกับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล
ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 คู่สมรสสามารถเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่ล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายในทำนองชู้ หรือผู้ที่แสดงตนเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้ได้
ไม่ได้ยกเลิก แต่ถูกแก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ให้ใช้คำว่า 'คู่สมรส' และ 'ผู้' เพื่อให้สิทธิครอบคลุมทุกเพศอย่างเท่าเทียม
ต้องมีหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวอย่างเปิดเผยหรือต่อเนื่อง เช่น ภาพถ่าย วิดีโอพฤติกรรมใกล้ชิด การเข้าออกที่พักด้วยกัน และไทม์ไลน์ที่ระบุวันเวลาสถานที่
จำนวนค่าทดแทนขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของศาล การมีหลักฐานชัดเจนช่วยเพิ่มน้ำหนักของคดีและโอกาสได้รับค่าทดแทนตามจริง
นักสืบณรงค์เก็บหลักฐานความสัมพันธ์ชู้สาวอย่างถูกกฎหมาย ใช้เรียกค่าทดแทนในศาลได้ ปรึกษาฟรี เป็นความลับ